“หุ่นยนต์อัดลม” จักรกลสารพัดประโยชน์ ใช้ในครัวเรือนก็ได้ ในอวกาศก็ดี

Technology News Innovation Project Technology “หุ่นยนต์อัดลม” จักรกลสารพัดประโยชน์ ใช้ในครัวเรือนก็ได้ ในอวกาศก็ดี
news-review-King-Louie-site

Technology

“หุ่นยนต์อัดลม” จักรกลสารพัดประโยชน์ ใช้ในครัวเรือนก็ได้ ในอวกาศก็ดี

Posted By admin

หุ่นยนต์รูปแบบใหม่ได้ถือกำเนิดขึ้นมาแล้วกับเจ้า King Louie เป็นผลงานของ Dustan Kraus นักวิจัยของห้องแลป Robotics and Dynamics lab ที่สร้างหุ่นยนต์อัดลม ด้วยการอุดหนุนจากองค์การบริหารการบิน และอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NASA) เจ้า King Louie เป็นหุ่นยนต์ที่มีตัวระบบควบคุมอยู่ภายใน สามารถเคลื่อนไหวได้ตามที่การสั่งงานของผู้ใช้

ข้อดีของมันคือสามารถนำไปใช้ในพื้นที่จำกัด เพื่อปฏิบัติภารกิจกู้ภัย มันสามารถทำงานได้ในทุกสภาพแวดล้อม หรือแม้แต่ในอวกาศ Marc Killpack ก็ได้ออกมาอธิบายว่าถึงเหตุผลที่ทำการวิจัยและพัฒนาหุ่นตัวนี้ ก็เพื่อให้มันเป็นเครื่องมือที่มีความปลอดภัยที่สามารถทำงานที่ละเอียดอ่อนได้ วัสดุของตัวหุ่นมีลักษณะคล้ายยาง ภายในจะมีอากาศหมันเวียนอยู่ ด้วยการใช้ระบบหมันเวียนอากาศที่ติดอยู่รอบๆ

ขึ้นชื่อว่า “อัดลม” แน่นอนว่ามันพองตัวและก็แฟ้บลงได้ สะดวกแก่การติดตั้ง เคลื่อนย้าย และเก็บรักษา ทำให้ทางนาซ่าเห็นว่ามันจะนำไปใช้ประโยชน์ได้ในอนาคต แถมยังมีราคาถูก มีน้ำหนักเบา เหมาะสำหรับที่จะนำขึ้นไปกับกระสวยอวกาศ นอกจากจุดประสงค์ในการนำไปใช้งานด้านวิจัยแล้ว ทางคณะวิจัยก็ออกมาบอกว่าอยากจะให้มันเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ในระบบ STEM มากกว่าอีกด้วย

review-King-Louie-news-site

อนาคตของหุ่นยนต์ในอวกาศ

แน่นอนว่าการเข้ามาสนับสนุนของนาซ่าครั้งนี้ พวกเขาเล็งเห็นที่จะนำมันเอาไปใช้ในอวกาศ หรือบนดาวอังคารอย่างแน่นอน เพราะด้วยความกะทัดรัดของมัน นาซ่าสามารถส่งพวกมันขึ้นไปหลายสิบตัวโดยไม่ไปเบียดเบียนพัสดุอื่นๆ มันอาจจะถูกไปใช้เพื่อการสำรวจในที่ๆ มนุษย์ไม่สามารถเข้าไปได้ ซ่อมแซมชิ้นส่วนนอกยานอวกาศที่อันตราย และเพื่องานวิจัยต่างๆ

โครงสร้างของหุ่นเป็นยาง ไม่มีชิ้นส่วนที่เป็นเหล็ก ทำให้มันมีอายุขัยในการทำงานนานกว่าหุ่นยนต์ชนิดอื่น ถ้าเกิดมันไม่โดนอะไรเข้ามากระแทกเข้าอย่างจังจนเกิดเป็นรอยรั่ว มันก็จะใช้งานได้ตราบนานเท่านาน เมื่อเทียบกับหุ่นยนต์ชนิดอื่นๆ ที่มักถูกสร้างมาจากโลหะชนิดพิเศษ ซึ่งมีโอกาสถูกกัดกร่อนจากสภาพแวดล้อมสุดขั้วในอวกาศ แถมยังมีน้ำหนักที่มากกว่าหลายเท่า นี่จึงถือเป็นโอกาสดีที่จะตัวอื่นมาทดแทนพวกมัน

อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีนี้ยังอยู่ในระหว่างการพัฒนา มันต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5 – 10 ปี กว่าที่จะเสร็จสมบูรณ์จนนำไปใช้งานได้จริง อย่างน้อยตอนนี้มันก็มีความก้าวหน้าอย่างมาก สามารถนำไปใช้ได้จริงบนโลกแล้ว ในอนาคตเราอาจเห็นพวกมันอยู่ตามครัวเรือน คอยเป็นผู้ช่วยคนสำคัญในบ้าน ที่จะช่วยดูแลทั้งเด็กกับผู้ใหญ่อีกด้วย

Written by admin

Comments are closed.